เมื่อวันที่ 10 พศจิกายน 2554 อ.ก.ค.ศ.ชลบุรี เขต 3 ได้ประชุมและมีมติที่น่าสนใจ ดังนี้
1. การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอนในสถานศึกษา เนื่องจาก เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ชลบุรี เขต 3 มีตำแหน่งว่าง 29 ตำแหน่ง สาเหตุที่มีตำแหน่งว่างเกิดจาก หลายสาเหตุ เช่น ผู้ครองตำแหน่งเดิมย้ายไปดำรงตำแหน่ง สพป.อื่น ลาออก เปลี่ยนตำแหน่ง เสียชีวิต และได้รับการเกลี่ยจากเขตอื่น ผลการพิจารณา เป็นดังนี้
ข้าราชการครูที่ย้ายภายในเขตพื้นที่
1. นางญาดา ถนัดสอน โรงเรียนบ้านวังค้อ ยายไปโรงเรียนวัดอัมพวัน
2. นางมาลี ศุภเศรษฐภักดิ์ โรงเรียนวัดมโนรม ย้ายไป โรงเรียนอนุบาลบ้านบางพระ
3. นางจินดาสุภาพโรจน์ โรงเรียนบ้านชากยายจีน ย้ายไป โรงเรียนวัดพิบูลย์สัณหธรรม
4. นางพิกุล สุภารัตน์ โรงเรียนบริษัทไทยกสิกรสงเคราะห์ ย้ายไป โรงเรียนชากยายจีน
5. นางสุกัญญา เสียวรักสกุล โรงเรียนวัดหนองขาม ย้ายไป โรงเรียนวัดพิบูลย์สัณหธรรม
6. นางประไพ พรหมประเสริฐ โรงเรียนวัดมโนรม ย้ายไป โรงเรียนบ้านทางตรง
7. นางอารีรัตน์ วีระสววัสดิ์ โรงเรียนวัดหนองเกุน้อย ย้ายไป โรงเรียนอนุบาลบางละมุง
8. นางศิริกาญจน์ พีรพุตสกุล โรงเรียนบ้านทุ่งละหาน ย้ายไป โรงเรียนอนุบาลเตาถ่าน
9. นางสุมาลี วอนเมือง โรงเรียนบ้าเขาคันทรง ย้ายไป โรงเรียนบ้านทุ่งละหาน
10. นางจิราพร แก้วผลึก โรงเรียนชุมชนวัดเขาไม้แก้ว ย้ายไป โรงเรียนชุมชนบ้านช่องแสมสาร
ข้าราชการครูที่รับย้ายจากต่างเขตพื้นที่
1. นางสุกตตา เกตานนท์ โรเรียนบ้านบ่อตะเคียนทอง สพป.ลพบุรี เขต 2 ย้ายมา โรงเรียนวัดมโนรม
2. นายณัฐพล สิทธิแพทย์ โรงเรียนรวมไทยพัฒนา สพป.ตาก เขต 2 ย้ายมาโรงเรียนบริษัทไทยสสิกรสงเคราะห์
3. นางสาวจินดา วงศ์อนันต์ โรงเรียนบ้านคลองใหญ่ สพป.จันทบุรี เขต 2 ย้ายมาโรงเรียนบ้านบ่อวิน
4. นางชุติมา รัตนวรรณ โรงเรียนบ้านห้วยตะปอก สพป.ฉะเชิงเทรา เขต 2 ย้ายมาโรงเรียนวัดสุทธาวาส
บรรจุผู้สอบแข่งขันจากบัญชีของ สพป.ชบ.3 จำนวน 10 อัตรา แยกตามวิชาเอก ได้ ดังนี้
1. เอกคอมพิวเตอร์ 4 อัตรา
2. เอกสังคมศึกษา 2 อัตรา
3. เอกดนตรีศึกษา 1 อัตรา
4. เอกภาษาอังกษ 1 อัตรา
5. เอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป 2 อัตรา
ขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันจาก สพป.อื่น จำนวน 15 อัตรา ดังนี้
1. เอกการประถมศึกษา 2 อัตรา
2. เอกคณิตศาสตร์ 4 อัตรา
3. เอกภาษาอักฤษ 6 อัตรา
4. เอกภาษาทย 2 อัตรา
5. เอกพลศึกษา 1 อัตรา
2. การย้ายข้าราชการครูสายงานบริหารสถานศึกษา
1. นายวิชาญ ทองดา ผอ.โรงเรียนบ้านมาบฟักทอง ย้ายไป โรงเรียนอนุบาลบ้านบางพระ
2. นางสาวพรพิศ อภิชิตพงศ์ชัย ผอ.โรงเรียนบ้านทุ่งละหาน ย้ายไป โรงเรียนบ้านตะเคียนเตี้ย
3. นายสมนึก สุรกุล ผอ.โรงเรียนบ้านเนินตอง ย้ายไป โรงเรียนบ้านเขาคันทรง
4. นางชนิตา ยินดีสุข ผอ.โรงเรียนบ้านหนองผักหนาม สพป.ชบ.1 รับย้ายมา โรงเรียนบ้านมาบฟักทอง
5. นายสามารถ สอดทรัพย์ ผอ.โรงเรียนบ้านหนองเสม็ด สพป.ชบ.2 รับย้ายมา โรงเรียนบ้านพันเสด็จนอก
โรงเรียนที่บรรจุแต่งตั้งผู้ผ่านการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา 2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านทุ่งละหาน และโรงเรียนบ้านเนินตอง
ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและขึ้นบัญชี ที่เรียกบรรจุแต่งตั้ง 2 ราย เรีงตามลำดับ ดังนี้
1. นายลิ้ม สนทอง ตำแหน่งครู โรงเรียนวัดมโนรม ผู้ผ่านการคัดเลือกลำดับที่ 7
2. นางสาวขนิษฐา สุทธิปรีชา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ชลบุรี ผู้ผ่านการคัดเลือกลำดับที่ 8
3. อนุมัติการย้ายสับเปลี่ยนผู้บริหารสถานศึกษา 2 ราย ได้แก่
1. รับย้ายนางสายพิณ จันทร์การ ผอ.โรงเรียนบ้านคลองทราย สพป.ระยอง เขต 1 มาดำรงตำแหน่งบ้าน กม.ห้า สพป.ชบ.3
2. อนุมัติให้ นายธัญญา อินทศร ผอ.โรงเรียนบ้าน กม.ห้า สพป.ชบ.3 ย้ายไป โรงเรียนบ้านคลองทราย สพป.ระยอง เขต 1
4. อนุมัติย้ายสับเปลี่ยนข้าราชการครูฯสายงานสอน 2 ราย ดังนี้
นางวนิดา กองทองนอก ตำแหน่งครู โรงเรียนบ้านห้วยกุ่ม สพป.ชบ.3 ย้ายสับเปลี่ยนกับ นางสาวสายชล แย้มชื่น ตำแหน่งครู โรงเรียนวัดประชุมมิตรบำรุง สพป.ระยองเขต 1
5. การย้ายข้าราชการครูสายงานบริหารสถานศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน ดังนี้
1.รับย้าย นายปิยวัฒน์ ภาพลงาม รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนดำรงธรรม สพป.ชลบุรี เขต 1 มาดำรงตำแแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดใหม่เนินพยอม
2. รับย้าย นางอุษา ช่างหล่อ รองผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเนินพระ สพป.ระยองเขต 2 มาดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่
วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554
หายไปนานครับที่ไม่ได้โพส ทั้งนี้เนื่องจากภารกิจมากมายอีกทั้งยังไม่มีข่าวคราวใดๆที่น่านำเสนอก็เลยถือโอกาสหยุดพักยาวเพื่อสะสางงานในโรงเรียน ช่วงนี้ไปไหนมาไหนมีคำถามยอดฮิตที่สอบถามจากเพื่อนผู้บริหารคือ "เมื่อไหร่จะดำเนินการเรื่องย้ายผู้บริหารสถานศึกษาของ สพป.ชบ.๓ ซึ่งผมก็ไม่สามารถให้คำตอบได้ครับ ทั้งนี้เนื่องจาก ต้นเรื่องทั้งหมด มาจาก สพป.ชบ.3 แต่อย่างไรก็ตามครับหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว ๙ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔) กำหนดให้พิจารณาคำร้องขอย้ายให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ก็เลยได้แต่ตอบเพื่อนผู้บริหารสถานศึกษาไปว่า ก็คงไม่เกินวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน นี้ มั้ง เพราะถ้าเกินนี้ ก็คงมีเหตุผลและคำอธิบายกันพอสมควร เพราะไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ แต่อย่างไรก็ตามผมก็เชื่อว่า สพป.ชบ.๓ คงดำเนินการแล้วเสร็จอีกไม่นานนัก
ช่วงนี้มีประเด็นที่น่าสนใจบางเรื่องที่เกิดจากการนำหลักเกณฑ์การย้ายไปปฏิบัติที่แตกต่างกันและดูๆแล้ว ประเด็นนี้จะเป็นปัญหาในการย้าย ครูและผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคต ประเด็นดังกล่าวได้แก่ การเสนอความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษา เท่าที่รับฟังมา
หลังจาก พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ซึง่ ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว มาตรา ๕๙ กำหนดให้การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดไปดำรงตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาอื่นภายในส่วนราชการหรือภายในเขตพื้นที่การศึกษาหรือต่างเขตพื้นที่การศึกษาต้องได้รับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ของผู้ประสงค์ย้ายและผู้รับย้าย แล้วแต่กรณี และให้สถานศึกษาโดยคณะกรรมการสถานศึกษาเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ด้วย และเมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาอนุมัติแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นต่อไป ก.ค.ศ.ได้กำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว ๙ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔) ได้อธิบายความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาไว้ว่าความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาของผู้ประสงค์ขอย้ายและความเห็นของ คณะกรรมการสถานศึกษาที่ผู้ประสงค์ขอย้ายไปดำรงตำแหน่ง ให้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เท่านั้น
โดยสรุปก็คือ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ จะต้องมีมติเกี่ยวกับเรื่องย้ายโดยพิจารณาข้อมูลประกอบการพิจารณาจาก ๒ แหล่ง ดังนี้
๑. ความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษา
๒. ผลการประเมินศักยภาพของผู้ที่มีความประสงค์ขอย้าย
ทั้งนี้ ให้ยึดประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ
ประเด็นที่น่าศึกษาจากการนำหลักเกณฑ์นี้มาใช้ก็คือ ทุกปี เรามักจะได้รับการร้องเรียนว่า หลายๆโรงเรียนได้นำหลักเกณฑ์ นี้ไปกำหนดเลยว่า ไม่ต้องการผู้บริหารคนนี้ แต่จะเอาคนนั้น หลายโรงเรียนกำหนดเป็นมติของคณะกรรมการสถานศึกษาปิดประตูรับผู้บริหารบางรายที่ยื่นคำร้องขอย้ายไป สถานศึกษานั้นๆ ถ้าถามว่า ความเห็นหรือมติในลักษณะนี้ จะมีผลต่อผลการย้ายหรือไม่ คำตอบก็คือ ความเห็นหรือมติดังกล่าว ได้ชี้แจงหรืออธิบายเหตุผลมาชัดเจนหรือไม่ ว่าเหตุที่ให้ความเห็นว่าจะเอาใครหรือไม่เอาใคร มันมีความเป็นมาหรือเหตุผลอย่างไร คนที่ลงมติว่าจะไม่เอาหรือไม่รับให้อยู่ มีประวัติในการรับราชการไม่ดีอย่างไร เคยถูกลงโทษทางวินัยมากี่ครั้ง ประวัติการทำงานมีความเป็นมาด่างพร้อยอย่างไรอย่างไร ถ้าสามารถชี้ชัด ระบุได้ ผมก็มีความเชื่อว่า ความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษามีเหตุผล มีน้ำหนักน่ารับฟัง ที่เป็นห่วงก็คือ มีการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ ไม่ชอบกันเป็นการส่วนตัวหรือไม่ หรือว่า มีการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อหวังผล ให้คู่แข่งขันด้อยกำลังลงหรือไม่ถ้าเป็นแบบนี้ก็เป็นที่น่าเสียใจ
ผมเชื่อว่า หลักเกณฑ์ที่เกิดขึ้นนี้ วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้คณะกรรมการสถานศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาผู้ที่จะมาเป็นผู้บริหารสถานศึกษาในท้องถิ่นจะต้องได้รับการยอมรับจากชาวบ้าน คณะกรรมการสถานศึกษา และผมก็เชื่อว่า หลักเกณฑ์นี้ไม่ต้องการให้มีการกลั่นแกล้งกัน พวกเราเป็น พี่ เพื่อน น้อง ผู้บริหารด้วยกัน ถ้าเพียงแค่ต้องการให้ตนเอง หรือพวกพ้อง ได้ย้ายไปโรงเรียนที่อยากจะย้ายไป แล้วสามารถทำได้ทุกอย่าง เอาหลักเกณฑ์ที่มีมาสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่น่ารังเกียจ เพื่อแค่ให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ แล้วสามารถทำลาย พี่ เพื่อน น้องได้ทุกรูปแบบ ถ้าทำได้ขนาดนี้ อย่าว่าแต่จะเป็นผู้บริหารเลยครับ เป็นแค่คนยังยากครับ
นายวัชรินทร์ ศรีเปารยะ
ช่วงนี้มีประเด็นที่น่าสนใจบางเรื่องที่เกิดจากการนำหลักเกณฑ์การย้ายไปปฏิบัติที่แตกต่างกันและดูๆแล้ว ประเด็นนี้จะเป็นปัญหาในการย้าย ครูและผู้บริหารสถานศึกษาในอนาคต ประเด็นดังกล่าวได้แก่ การเสนอความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษา เท่าที่รับฟังมา
หลังจาก พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ซึง่ ตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว มาตรา ๕๙ กำหนดให้การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดไปดำรงตำแหน่งในหน่วยงานการศึกษาอื่นภายในส่วนราชการหรือภายในเขตพื้นที่การศึกษาหรือต่างเขตพื้นที่การศึกษาต้องได้รับอนุมัติจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ของผู้ประสงค์ย้ายและผู้รับย้าย แล้วแต่กรณี และให้สถานศึกษาโดยคณะกรรมการสถานศึกษาเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง ด้วย และเมื่อ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ. ที่ ก.ค.ศ. ตั้ง พิจารณาอนุมัติแล้ว ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ สั่งบรรจุและแต่งตั้งผู้นั้นต่อไป ก.ค.ศ.ได้กำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ส่งพร้อมหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว ๙ ลงวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔) ได้อธิบายความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาไว้ว่าความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษาของผู้ประสงค์ขอย้ายและความเห็นของ คณะกรรมการสถานศึกษาที่ผู้ประสงค์ขอย้ายไปดำรงตำแหน่ง ให้ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของอ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ เท่านั้น
โดยสรุปก็คือ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ จะต้องมีมติเกี่ยวกับเรื่องย้ายโดยพิจารณาข้อมูลประกอบการพิจารณาจาก ๒ แหล่ง ดังนี้
๑. ความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษา
๒. ผลการประเมินศักยภาพของผู้ที่มีความประสงค์ขอย้าย
ทั้งนี้ ให้ยึดประโยชน์ของทางราชการเป็นสำคัญ
ประเด็นที่น่าศึกษาจากการนำหลักเกณฑ์นี้มาใช้ก็คือ ทุกปี เรามักจะได้รับการร้องเรียนว่า หลายๆโรงเรียนได้นำหลักเกณฑ์ นี้ไปกำหนดเลยว่า ไม่ต้องการผู้บริหารคนนี้ แต่จะเอาคนนั้น หลายโรงเรียนกำหนดเป็นมติของคณะกรรมการสถานศึกษาปิดประตูรับผู้บริหารบางรายที่ยื่นคำร้องขอย้ายไป สถานศึกษานั้นๆ ถ้าถามว่า ความเห็นหรือมติในลักษณะนี้ จะมีผลต่อผลการย้ายหรือไม่ คำตอบก็คือ ความเห็นหรือมติดังกล่าว ได้ชี้แจงหรืออธิบายเหตุผลมาชัดเจนหรือไม่ ว่าเหตุที่ให้ความเห็นว่าจะเอาใครหรือไม่เอาใคร มันมีความเป็นมาหรือเหตุผลอย่างไร คนที่ลงมติว่าจะไม่เอาหรือไม่รับให้อยู่ มีประวัติในการรับราชการไม่ดีอย่างไร เคยถูกลงโทษทางวินัยมากี่ครั้ง ประวัติการทำงานมีความเป็นมาด่างพร้อยอย่างไรอย่างไร ถ้าสามารถชี้ชัด ระบุได้ ผมก็มีความเชื่อว่า ความเห็นของคณะกรรมการสถานศึกษามีเหตุผล มีน้ำหนักน่ารับฟัง ที่เป็นห่วงก็คือ มีการกลั่นแกล้งกันหรือไม่ ไม่ชอบกันเป็นการส่วนตัวหรือไม่ หรือว่า มีการให้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพื่อหวังผล ให้คู่แข่งขันด้อยกำลังลงหรือไม่ถ้าเป็นแบบนี้ก็เป็นที่น่าเสียใจ
ผมเชื่อว่า หลักเกณฑ์ที่เกิดขึ้นนี้ วัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้คณะกรรมการสถานศึกษาได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาผู้ที่จะมาเป็นผู้บริหารสถานศึกษาในท้องถิ่นจะต้องได้รับการยอมรับจากชาวบ้าน คณะกรรมการสถานศึกษา และผมก็เชื่อว่า หลักเกณฑ์นี้ไม่ต้องการให้มีการกลั่นแกล้งกัน พวกเราเป็น พี่ เพื่อน น้อง ผู้บริหารด้วยกัน ถ้าเพียงแค่ต้องการให้ตนเอง หรือพวกพ้อง ได้ย้ายไปโรงเรียนที่อยากจะย้ายไป แล้วสามารถทำได้ทุกอย่าง เอาหลักเกณฑ์ที่มีมาสร้างวัฒนธรรมใหม่ที่น่ารังเกียจ เพื่อแค่ให้ได้สิ่งที่ตนต้องการ แล้วสามารถทำลาย พี่ เพื่อน น้องได้ทุกรูปแบบ ถ้าทำได้ขนาดนี้ อย่าว่าแต่จะเป็นผู้บริหารเลยครับ เป็นแค่คนยังยากครับ
นายวัชรินทร์ ศรีเปารยะ
วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2554
มติอ.ก.ค.ศ.ชลบุรีเขต 3 ครั้งที่ 10/2554
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2554 อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ได้ประชุมและมีมติที่น่าสนใจ ดังนี้
เห็นชอบรายละเอียดการประเมินศักยภาพประกอบหลักเกณฑ์วิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาตามหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ส่งพร้อ,หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ศธ 0206.4/ว9 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดให้ สพป.จัดทำรายละเอียดการประเมินศักยภาพประกอบหลักเกณฑ์และวิธีย้ายผู้บริหารสถานศึกษา แล้วเสนอให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ให้ความเห็นชอบ
สพป.ชบ.3 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างรายละเอียดประกอบการประเมินศักยภาพฯ คณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ตามสัดส่วนของกลุ่มโรงเรียนภายใน สพป.ชบ. 3 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ สพป.ชบ.3 ก็ได้นำเสนอให้ อ.ก.ค.ศ.ให้ความเห็นชอบ รายละเอียดการประเมินศักยภาพประกอบหลักเกณฑ์วิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาฯ ดังกล่าวมีสิ่งที่น่าสนใจพอที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ครับ
1. การพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ประเมินศักยภาพ 8 ข้อ ได้แก่ วิสัยทัศน์การเป็นผู้นำ ความรู่ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษา ผลการปฏิบัติงาน ประสบการณ์ คุณวุฒิ การรักษาวินัยและจรรยาบรรณ ความอาวุโสตามหลักราชการ ระยะเวลาดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานการศึกษาปัจจุบัน ทั้ง 8 ข้อที่ประเมินคะแนนเต็ม 45 คะแนน
2. การประเมินส่วนใหญ่จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดการประเมินแล้วกำหนดคะแนน โดยกำหนดระดับการประเมินไว้ มี 2 ข้อที่ใช้วิธีการประเมินไม่เหมือนข้ออื่น ได้แก่ ข้อ 2 เรื่อความรู้ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษากับ ข้อ 7 ความอาวุโสตามหลักราชการ
โดยทั้งสองข้อนี้ จะใช้วิธีการเปรียบเทียบผู้ที่ยื่นคำร้องขอย้ายไปสถานศึกษาเดียวกัน เพราะฉนั้น คะแนนของข้อ 2 กับ ข้อ 7 ของแต่ละคนจะไม่เท่ากันอยู่ที่คู่แข่งจะย้ายไปโรงเรียนนั้นๆ ตัวอย่างเช่น
นายก. นาย ข นาย ค. เขียนคำร้องขอย้ายไปโรงเรียน A เมื่อพิจารณาแล้ว นาย ก มีความอาวุโสตามหลักราชการ สูงสุด นาย ก ก็จะได้คะแนนข้อนี้ 5 แนน นาย ข อาวุโสรองจากนายก็ ก็จะได้ 4 คะแนน นาย ค อาวุโสน้อยที่สุด ก็จะได้ 3 คะแนน
ในขณะเดียวกัน นาย ก ได้เขียนคำร้องขอย้ายไปที่ โรงเรียน B ด้วย โดยมีคู่แข่งคือ นาย ง เมื่อพิจารณาแล้ว นาย ง มีความอาวุโสตามหลักราชการมากกว่านาย ก ผลการพิจารณาการย้ายไปโรงเรียน B นาย ง ก็จะได้ 5 คะแนน นาย ก ก็จะได้ 4 คะแนน
ในข้อที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องของความรู้ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษาซึ่งกำหนดให้ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก็ใช้วิธีการเดียวกัน
3. เรื่องประสบการณ์ในข้อที่ 4 ซึ่งหลักเกณฑ์นี้ใช้กับผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษาการนับระยะเวลานับจากการดำรงตำแหน่งที่ขอย้าย นั่นหมายถึง ถ้าผู้ยื่นคำร้องขอย้ายเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ก็นับจากการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ส่วนผู้ที่เป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาก็นับตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
ในส่วนของรายละเอียดทั้งหมดคาดว่าพรุ่งนี้ (11 สิงหาคม 2554) สพป.ชบ.3 จะแจ้งให้ผู้บริหารสถานศึกษาทราบครับจึงอยากให้พวกเราให้ความสนใจกันครับ อย่าไปใช้ความรู้สึกว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้ การย้ายผู้บริหารเป็นเรื่องที่กระทบสิทธิ์ และหน้าที่ของเพื่อนผู้บริหารครับ คำสั่งเรื่องการย้ายจึงเป็นคำสั่งทางการปกครอง เพียงแค่ชี้ให้เห็นได้ว่าอะไรก็ตามที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เมื่อท่านดำเนินการทางการปกครองถึงที่สุดแล้ว ท่านสามารถนำไปสู่ศาลปกครองได้ครับ
เห็นชอบรายละเอียดการประเมินศักยภาพประกอบหลักเกณฑ์วิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัด สพฐ. ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาตามหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ส่งพร้อ,หนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ศธ 0206.4/ว9 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวกำหนดให้ สพป.จัดทำรายละเอียดการประเมินศักยภาพประกอบหลักเกณฑ์และวิธีย้ายผู้บริหารสถานศึกษา แล้วเสนอให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ให้ความเห็นชอบ
สพป.ชบ.3 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการยกร่างรายละเอียดประกอบการประเมินศักยภาพฯ คณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา ตามสัดส่วนของกลุ่มโรงเรียนภายใน สพป.ชบ. 3 เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ สพป.ชบ.3 ก็ได้นำเสนอให้ อ.ก.ค.ศ.ให้ความเห็นชอบ รายละเอียดการประเมินศักยภาพประกอบหลักเกณฑ์วิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาฯ ดังกล่าวมีสิ่งที่น่าสนใจพอที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ครับ
1. การพิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษา ประเมินศักยภาพ 8 ข้อ ได้แก่ วิสัยทัศน์การเป็นผู้นำ ความรู่ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษา ผลการปฏิบัติงาน ประสบการณ์ คุณวุฒิ การรักษาวินัยและจรรยาบรรณ ความอาวุโสตามหลักราชการ ระยะเวลาดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานการศึกษาปัจจุบัน ทั้ง 8 ข้อที่ประเมินคะแนนเต็ม 45 คะแนน
2. การประเมินส่วนใหญ่จะมีการกำหนดหลักเกณฑ์รายละเอียดการประเมินแล้วกำหนดคะแนน โดยกำหนดระดับการประเมินไว้ มี 2 ข้อที่ใช้วิธีการประเมินไม่เหมือนข้ออื่น ได้แก่ ข้อ 2 เรื่อความรู้ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษากับ ข้อ 7 ความอาวุโสตามหลักราชการ
โดยทั้งสองข้อนี้ จะใช้วิธีการเปรียบเทียบผู้ที่ยื่นคำร้องขอย้ายไปสถานศึกษาเดียวกัน เพราะฉนั้น คะแนนของข้อ 2 กับ ข้อ 7 ของแต่ละคนจะไม่เท่ากันอยู่ที่คู่แข่งจะย้ายไปโรงเรียนนั้นๆ ตัวอย่างเช่น
นายก. นาย ข นาย ค. เขียนคำร้องขอย้ายไปโรงเรียน A เมื่อพิจารณาแล้ว นาย ก มีความอาวุโสตามหลักราชการ สูงสุด นาย ก ก็จะได้คะแนนข้อนี้ 5 แนน นาย ข อาวุโสรองจากนายก็ ก็จะได้ 4 คะแนน นาย ค อาวุโสน้อยที่สุด ก็จะได้ 3 คะแนน
ในขณะเดียวกัน นาย ก ได้เขียนคำร้องขอย้ายไปที่ โรงเรียน B ด้วย โดยมีคู่แข่งคือ นาย ง เมื่อพิจารณาแล้ว นาย ง มีความอาวุโสตามหลักราชการมากกว่านาย ก ผลการพิจารณาการย้ายไปโรงเรียน B นาย ง ก็จะได้ 5 คะแนน นาย ก ก็จะได้ 4 คะแนน
ในข้อที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องของความรู้ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษาซึ่งกำหนดให้ประเมินจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก็ใช้วิธีการเดียวกัน
3. เรื่องประสบการณ์ในข้อที่ 4 ซึ่งหลักเกณฑ์นี้ใช้กับผู้อำนวยการสถานศึกษาและรองผู้อำนวยการสถานศึกษาการนับระยะเวลานับจากการดำรงตำแหน่งที่ขอย้าย นั่นหมายถึง ถ้าผู้ยื่นคำร้องขอย้ายเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน ก็นับจากการดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ส่วนผู้ที่เป็นรองผู้อำนวยการสถานศึกษาก็นับตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
ในส่วนของรายละเอียดทั้งหมดคาดว่าพรุ่งนี้ (11 สิงหาคม 2554) สพป.ชบ.3 จะแจ้งให้ผู้บริหารสถานศึกษาทราบครับจึงอยากให้พวกเราให้ความสนใจกันครับ อย่าไปใช้ความรู้สึกว่าน่าจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้ การย้ายผู้บริหารเป็นเรื่องที่กระทบสิทธิ์ และหน้าที่ของเพื่อนผู้บริหารครับ คำสั่งเรื่องการย้ายจึงเป็นคำสั่งทางการปกครอง เพียงแค่ชี้ให้เห็นได้ว่าอะไรก็ตามที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เมื่อท่านดำเนินการทางการปกครองถึงที่สุดแล้ว ท่านสามารถนำไปสู่ศาลปกครองได้ครับ
วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2554
หลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ.ใหม่
เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2554 ที่ห้องประชุมกระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ครั้งที่ 7/2554 ก.ค.ศ.มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ. หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ ในการย้าย ในครั้งนี้ (ผู้ที่ยื่นคำร้องขอย้ายระหว่าง วันที่ ๙-๑๙ สิงหาคม ๒๕๕๔) หลักเกณฑ์ดังกล่าว มีประเด็นที่น่าสนใจผมนำมาเปิดประเด็นในการนำไปสู่การปฏิบัติ ดังนี้ครับ
๑. สพป.ต้องประกาศรายชื่อสถานศึกษาที่ต้องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาภายในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ (ตามหนังสือ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว๙ ลว.๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔)
๒. สพฐ. ประกาศรายชื่อสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษและสถานศึกษาคุณภาพพิเศษภายในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ (ตามหนังสือ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว๙ ลว.๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔)
๓. ผู้มีความประสงค์จะยื่นคำร้องขอย้าย ให้ยื่นคำร้องขอย้าย ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ (ตามหนังสือ ศธ ๐๒๐๖.๔/ว๙ ลว.๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔)
๔. อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา พิจารณากำหนดสัดส่วนของจำนวนตำแหน่งว่างที่จะใช้รับย้าย และที่จะใช้บรรจุและแต่งตั้งจากบัญชีผู้ได้รับคัดเลือก ให้เท่ากันหรือต่างกันได้ไม่เกิน ๑ ตำแหน่ง เว้นแต่ไม่มีผู้ได้รับคัดเลือกขึ้นบัญชีรอการบรรจุและแต่งตั้ง หรือไม่มีผู้ขอย้ายลงตำแหน่งว่าง ให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษา หรือ อ.ก.ค.ศ.สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ พิจารณาใช้ตำแหน่งว่างได้ตามความเหมาะสม
๕. องค์คณะที่มีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ มี ๒ องค์คณะ ได้แก่ คณะกรรมการกลั่นกรอง กับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ ข้อสังเกต การพิจารณาย้าย ไม่มีคณะกรรมการประเมินชุดอื่น คณะกรรมการกลั่นกรอง มีหน้าที่ พิจารณาคำร้องขอย้ายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กำหนด และจัดลำดับความเหมาะสมก่อนเสนอ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่พิจารณา
๖. โครงสร้างของคณะกรรมการกลั่นกรอง
(๑) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ประธาน
(๒) รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกลุ่มบริหารงานบุคคล รองประธาน
(๓)อนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ตามที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามอบหมาย
ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการย้าย จำนวน ๓ คน กรรมการ
(๔) ผู้อำนวยการสถานศึกษาและหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ที่ไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการย้าย จำนวน ๓ คน กรรมการ
ที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกลุ่มบริหารงานบุคคล รองประธาน
(๓)อนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ตามที่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามอบหมาย
ที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียกับการย้าย จำนวน ๓ คน กรรมการ
(๔) ผู้อำนวยการสถานศึกษาและหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษา
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
ที่ไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการย้าย จำนวน ๓ คน กรรมการ
(๕) ผู้อำนวยการกลุ่มหรือหัวหน้ากลุ่มบริหารงานบุคคล
ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เลขานุการ
ในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เลขานุการ
ข้อสังเกต คณะกรรมการกลั่นกรอง มีทั้งสิ้น ๘ คน คณะกรรมการ (๓) ต้องมอบหมายในที่ประชุม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ แล้ว สพป.ออกคำสั่งแต่งตั้งไม่ใช่ตั้งจาก สำนักงานเขตพื้นที่โดยตรง กรรมการกลั่นกรองที่ต่างจากเดิมคือ ไม่มีผู้แทนจากคณะกรรมการสถานศึกษา
๗. การย้ายผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ให้พิจารณาย้ายผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาด้วยกัน ทั้งภายในและต่างเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งมีขนาดสถานศึกษาเดียวกันและขนาดใกล้เคียงกันพร้อมกันก่อน
โดยให้มีการประเมินศักยภาพของผู้ประสงค์ขอย้าย ประกอบด้วย ๑.วิสัยทัศน์ความเป็นผู้นำ ๒.ความรู้ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษา ๓.ผลการปฏิบัติงาน ๔.ประสบการณ์ ๕.คุณวุฒิ ๖.การรักษาวินัยและจรรยาบรรณ ๗.ความอาวุโสตามหลักราชการ และ ๘.ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติงานในหน่วยงานการศึกษาปัจจุบัน (ยืนยันว่า ผู้ที่ดำเนินการนี้ คือ คณะกรรมการกลั่นกรอง(ตามหลักเกณฑ์ข้อ ๙ ไม่ใช่กรรมการชุดอื่นๆที่ตั้งกันเอง)
๘. ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจัดทำรายละเอียดในการประเมินศักยภาพ เสนอ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เพื่อให้ความเห็นชอบและจัดทำเป็นประกาศของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
แปลกันตรงๆก็คือ สพป.จัดทำรายละเอียดในการประเมิน ให้อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ให้ความเห็นชอบ แล้วคณะกรรมการกลั่นกรองเอาไปใช้ประเมินผู้ยื่นคำร้องขอย้าย
เพื่อนผู้บริหารที่เคารพทุกท่านครับ อยากให้พวกเราศึกษาหลักเกณฑ์ให้เข้าใจและติดตามเพราะหลักเกณฑ์นี้กระทบกับสิทธิ์และหน้าที่ของพวกเรา ความจริงมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจ เช่นการย้ายกรณีพิเศษ การย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ อาจดูว่าคล้ายของเดิม แต่ก็ไม่เหมือนกันเลยทีเดียว อะไรก็ตามที่ไม่ได้ดำเนินการไปตามหลักเกณฑ์ ย่อมนำมาซึ่งความไม่เป็นธรรม และนำไปสู่การฟ้องร้องอาจส่งผลให้ถึงกับยกเลิกคำสั่งที่มาจากการไม่ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ใครมีความเห็นอย่างไรก็นำเสนอมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันก็ดีนะครับ เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและตรงกัน ผมเห็นมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมมากครับแต่ไร้ความเห็น อยากให้พวกเราช่วยกันแสดงความคิดเห็นให้มากๆ พบกันใหม่เดือนหน้าครับ
วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
เมื่อฤดูโยกย้ายใกล้มาถึง
สวัสดีครับเพื่อนครูผู้บริหารทุกท่าน เที่ยวนี้หายไปหลายวัน เนื่องจากมีภารกิจมากมายจนแทบไม่มีเวลา ล่าสุด ไปอบรมที่กรุงเทพ 3 วัน วันนี้ (19 กรกฎาคม 2554) มีน้องๆ โทรศัพท์มาสอบถามเกี่ยวกับเรื่องย้าย สอบถามว่า ตอนนี้ มีอัตราว่างแถวๆอำเภอสัตหีบหรือไม่ วันที่ถาม ตอบได้เลยว่า อัตราว่างของ สพป.ชบ.3 ตอนนี้ ไม่มีครับ ทั้งนี้ เนื่องจาก ได้ใช้รับย้ายและบรรจุแต่งตั้งจากผู้ที่สอบได้หมดแล้ว แต่ถ้าจะมีบ้างกระปริบกระปรอย ก็เป็นผลมาจาก ครูเราเขียนคำร้องขอย้ายไปเขตอื่นและเขตอื่นตอบรับ นั่นถึงจะว่างครับ น้องที่โทรมาสอบถามต่อว่า ระหว่างวันที่ 1-15 สิงหาคมนี้ เป็นช่วงที่ครูสายปฏิบัติงานสอนจะยื่นคำร้องขอย้าย น้องขอคำแนะนำมาว่า น่าจะเขียนคำร้องขอย้ายลงโรงเรียนใดได้บ้าง ถึงจะมีโอกาสย้าย ผมได้แนะนำว่า ขอให้ตรวจสอบข้อมูลร้อยละขาดเกณฑ์ หลังจากที่ข้อมูล 10 มิถุนายน 2554 ซึ่ง สพป.ชบ.3 ได้ส่งข้อมูลให้กับทุกโรงเรียนแล้ว ถ้าไม่เคยเห็นก็ลองสอบถามผู้บริหารสถานศึกษาดูนะครับ หรือถ้าไม่ทราบก็สอบถามที่ สพป.ชบ.3 ได้เลยครับ เรื่องนี้ไม่ใช่ความลับครับ น้องๆที่เขตฯ เขายินดีตอบคำถามครับ ข้อมูลอัตรากำลังบอกอะไรกับผู้ที่จะยื่นคำร้องขอย้าย ตอบได้เลยครับ ว่าช่วยได้มาก สถานศึกษาใดที่มีร้อยละอัตรากำลังขาดเกณฑ์สูงเป็นลำดับที่ต้นๆ นั่นก็หมายความว่า โอกาสข้างหน้า จะมีโอกาสได้รับจัดสรรอัตรากำลังสูง เพราะการจัดสรรอัตรากำลัง จะจัดสรรให้กับโรงเรียนที่ขากเกณฑ์สูงก่อนครับ
อย่างไรก็ตามครับ วันที่ 1-15 สิงหาคม 2554 นี้ เพื่อนครูสายปฏิบัติงานสอนที่ยื่นคำร้องขอย้าย ไม่มีโอกาสทราบหรอกครับ ว่า มีโรงเรียนใดที่มีตำแหน่งว่างบ้าง ทั้งนี้ก็เพราะในช่วงที่ยื่นคำร้องขอย้าย ไม่มีโรงเรียนใดมีตำแหน่งว่างดังกล่าวไว้แล้วขั้นต้น แต่ก็ไม่ต้องตระหนกตกใจหรอกครับ ตำแหน่งว่างที่จะเกิดขึ้นมี 2 ทางใหญ่ๆ ดังนี้ครับ
1. ตำแหน่งว่างที่เกิดจากการได้รับจัดสรรทดแทนข้าราชการครูที่เข้าโครงการเกษียณก่อนกำหนด ปี 2554 สพป.ชบ.3 เสนอชื่อโดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ประมาณ 28 คน ในจำนวนนี้ เป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 2 ราย ที่เหลือเป็นครูผู้สอน ถ้า...ถ้านะครับ ทุกรายที่เสนอไปได้รับการพิจารณาอนุมัติทั้งหมด และ...และนะครับ ถ้า สพป.ชบ.3 ได้รับจัดสรรมา 100% นั่นก็หมายความว่า จะมีอัตราที่เป็นครูผู้สอนว่าง 26 อัตรา ส่วนจะได้โรงเรียนใดบ้างก็ต้องจัดสรรให้ตามเงื่อนไขที่ สพฐกำหนด โรงเรียนใดได้รับจัดสรร โรงเรียนนั้นก็จะมีตำแหน่งว่างครับ นั่นหมายถึงต้องหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2554 แน่นอน ส่วนจะหลังจากนั้นนานเท่าไหร่ บอกไม่ได้ครับ
2. ตำแหน่งว่างที่เกิดจากการได้รับจัดสรรทดแทน ข้าราชการครูที่เกษียณ ปี 2554 ซึ่งไม่ทราบว่าจะได้เท่าไหร่ เมื่อใด แต่ถ้าได้รับจัดสรรแล้ว ก็จะทำให้เกิดตำแหน่งว่าางครับ
เพื่อน พี่ น้องครูสายปฏิบัติงานสอนที่รักทุกท่านครับ ท่านไม่ต้องกังวลว่า ท่านจะเดายากว่าโรงเรียนใดจะมีตำแหน่งว่างบ้าง ทั้งนี้เนื่องจาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ได้เคยมีมติว่า ทุกครั้งที่มีตำแหน่งว่าง ให้ สพป.ชบ.3 แจ้งให้ครูที่ยื่นคำร้องขอย้ายในแต่ละช่วงเวลา สามารถทำบันทึกขอแก้รายชื่อสถานศึกษาที่มีความประสงค์จะขอย้ายให้ตรงกับสถานศึกษาที่มีตำแหน่งว่างโดยทำเรื่องมาตามลำดับขั้น คือเริ่มจากทำเรื่องผ่านผู้บริหารสถานศึกษามาที่ สพป.ชบ.3 ผมเคยลงให้พวกเราได้อ่านกันแล้ว ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า เพื่อนครูอาจไม่ทราบข้อมูล จึงอยากให้พวกเราติดตามและสอบถามอย่างสม่ำเสมอเพื่อเราจะได้ใช้สิทธิที่มีกันอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
พี่ เพื่อน น้องครูที่รักทุกท่านครับ เมื่อถึงฤดูโยกย้าย เพื่อนๆเราหลายคนที่มีความประสงค์และความจำเป็นที่จะย้ายเพื่อให้เดินทางสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรือตามความจำเป็น การย้าย เป็นเรื่องปกติ ที่ว่างมีน้อย ความต้องการมีสูง ก็ย่อมมีการแข่งขันกันเป็นเรื่องปกติครับ สพป.และอ.ก.ค.ศ. จะดูแลให้เรื่องของการแข่งขันให้เป็นไปตามกฎ กติกา ผู้ที่ได้รับย้าย ก็จะเดินเข้าโรงเรียนที่ย้ายไปอย่างสง่าผ่าเผย ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับการพิจารณาก็สามารถตรวจสอบได้ว่า เราแพ้ในเรื่องใด ถ้าสู้ไม่ได้ก็จะยอมรับได้ว่าเป็นไปตามกติกา ดีใจครับที่ผ่านมายังไม่ยินในเรื่องของการปฏิบัติไม่ถูกทำนองคลองธรรม .... แต่ถ้าใครก็ตามที่มีเบาะแส ช่วยบอกด้วยครับ
อย่างไรก็ตามครับ วันที่ 1-15 สิงหาคม 2554 นี้ เพื่อนครูสายปฏิบัติงานสอนที่ยื่นคำร้องขอย้าย ไม่มีโอกาสทราบหรอกครับ ว่า มีโรงเรียนใดที่มีตำแหน่งว่างบ้าง ทั้งนี้ก็เพราะในช่วงที่ยื่นคำร้องขอย้าย ไม่มีโรงเรียนใดมีตำแหน่งว่างดังกล่าวไว้แล้วขั้นต้น แต่ก็ไม่ต้องตระหนกตกใจหรอกครับ ตำแหน่งว่างที่จะเกิดขึ้นมี 2 ทางใหญ่ๆ ดังนี้ครับ
1. ตำแหน่งว่างที่เกิดจากการได้รับจัดสรรทดแทนข้าราชการครูที่เข้าโครงการเกษียณก่อนกำหนด ปี 2554 สพป.ชบ.3 เสนอชื่อโดยความเห็นชอบของ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ประมาณ 28 คน ในจำนวนนี้ เป็นตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 2 ราย ที่เหลือเป็นครูผู้สอน ถ้า...ถ้านะครับ ทุกรายที่เสนอไปได้รับการพิจารณาอนุมัติทั้งหมด และ...และนะครับ ถ้า สพป.ชบ.3 ได้รับจัดสรรมา 100% นั่นก็หมายความว่า จะมีอัตราที่เป็นครูผู้สอนว่าง 26 อัตรา ส่วนจะได้โรงเรียนใดบ้างก็ต้องจัดสรรให้ตามเงื่อนไขที่ สพฐกำหนด โรงเรียนใดได้รับจัดสรร โรงเรียนนั้นก็จะมีตำแหน่งว่างครับ นั่นหมายถึงต้องหลังจากวันที่ 30 กันยายน 2554 แน่นอน ส่วนจะหลังจากนั้นนานเท่าไหร่ บอกไม่ได้ครับ
2. ตำแหน่งว่างที่เกิดจากการได้รับจัดสรรทดแทน ข้าราชการครูที่เกษียณ ปี 2554 ซึ่งไม่ทราบว่าจะได้เท่าไหร่ เมื่อใด แต่ถ้าได้รับจัดสรรแล้ว ก็จะทำให้เกิดตำแหน่งว่าางครับ
เพื่อน พี่ น้องครูสายปฏิบัติงานสอนที่รักทุกท่านครับ ท่านไม่ต้องกังวลว่า ท่านจะเดายากว่าโรงเรียนใดจะมีตำแหน่งว่างบ้าง ทั้งนี้เนื่องจาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ได้เคยมีมติว่า ทุกครั้งที่มีตำแหน่งว่าง ให้ สพป.ชบ.3 แจ้งให้ครูที่ยื่นคำร้องขอย้ายในแต่ละช่วงเวลา สามารถทำบันทึกขอแก้รายชื่อสถานศึกษาที่มีความประสงค์จะขอย้ายให้ตรงกับสถานศึกษาที่มีตำแหน่งว่างโดยทำเรื่องมาตามลำดับขั้น คือเริ่มจากทำเรื่องผ่านผู้บริหารสถานศึกษามาที่ สพป.ชบ.3 ผมเคยลงให้พวกเราได้อ่านกันแล้ว ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า เพื่อนครูอาจไม่ทราบข้อมูล จึงอยากให้พวกเราติดตามและสอบถามอย่างสม่ำเสมอเพื่อเราจะได้ใช้สิทธิที่มีกันอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง
พี่ เพื่อน น้องครูที่รักทุกท่านครับ เมื่อถึงฤดูโยกย้าย เพื่อนๆเราหลายคนที่มีความประสงค์และความจำเป็นที่จะย้ายเพื่อให้เดินทางสะดวก เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรือตามความจำเป็น การย้าย เป็นเรื่องปกติ ที่ว่างมีน้อย ความต้องการมีสูง ก็ย่อมมีการแข่งขันกันเป็นเรื่องปกติครับ สพป.และอ.ก.ค.ศ. จะดูแลให้เรื่องของการแข่งขันให้เป็นไปตามกฎ กติกา ผู้ที่ได้รับย้าย ก็จะเดินเข้าโรงเรียนที่ย้ายไปอย่างสง่าผ่าเผย ส่วนผู้ที่ไม่ได้รับการพิจารณาก็สามารถตรวจสอบได้ว่า เราแพ้ในเรื่องใด ถ้าสู้ไม่ได้ก็จะยอมรับได้ว่าเป็นไปตามกติกา ดีใจครับที่ผ่านมายังไม่ยินในเรื่องของการปฏิบัติไม่ถูกทำนองคลองธรรม .... แต่ถ้าใครก็ตามที่มีเบาะแส ช่วยบอกด้วยครับ
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554
มติ อ.ก.ค.ศ. 8/2554
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2544 อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ได้ประชุมและมีมติที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้
1. อนุมัติผลการประเมินของข้าราชการครูฯ ตามมติคณะกรรมการประเมินฯ การเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ สพป,ชลบุรี เขต 3 มีข้าราชการครูเสนอขอมีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษจำนวนทั้งสิ้น 147 คน ซึ่งคณะกรรมการประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่มีมติอนุมัติ สรุปได้ ดังนี้
คาดว่าไม่นานนี้ สพป.ชบ.3 คงมีหนังสือแต่งตั้งสำหรับคนที่ผ่านประเมิน ส่วนผู้ที่ต้องปรับปรุง ก็ขอให้กำลังใจและอย่าท้อถอยครับ นับว่าท่านก็ใกล้เส้นชัยเต็มทีแล้ว สำหรับผุ้ที่ไม่ผ่านการประเมินก็ขอให้กำลังใจครับ เมื่อเราเลือกที่จะเข้าสู่เส้นทางนี้แล้ว ก็ขอให้ไปให้ถึงที่สุดนะครับ
2. การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานสอนในสถานศึกษา สพป.ชบ.3 มีตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอนว่าง จำนวน 22 อัตรา ตำแหน่งที่ว่างดังกล่าวนี้มีสาเหตุ ดังต่อไปนี้ครับ
1) ผู้ครองตำแหน่งเดิมลาออก 1 อัตรา
2) ผู้ครองตำแหน่งเดิมย้ายไป ส.พ.ป.อื่น 14 อัตรา
3) ได้รับจัดสรร (เกษียณ 53) 7 อัตรา
ผลการพิจารณา มีมติ ดังนี้
1. รับย้ายข้าราชการครูต่างเขตพื้นที่ 1 อัตรา
นางจิตติมา ขุนศรีจันทร์ รร.ไผ่งามวิทยา สพป.ลำปางเขต 2 วิชาเอกภาษาไทย ลงตำแหน่งว่าง รร.ชุมชนบ้านช่องเสมสาร
2. รับโอนจากสังกัด ก.ท.ม. 1 อัตรา
นางรัชนีย์ สิงห์พันธ์ ตำแหน่งครู รร.สุเหร่าใหม่ สังกัด กทม. วิชาเอกการศึกษาปฐมวัย ลงตำแหน่งว่าง รร.บ้านพันเสด็จใน
3. บรรจุจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ สพป.ชบ.3 จำนวน 10 อัตรา แยกตามวิชาเอกได้ ดังนี้
4. ขอใช้บัญชีผุ้สอบแข่งขันได้จาก สพป.อื่นจำนวน 4 อัตราแยกตามวิชาเอก ดังต่อไปนี้
5. กำหนดบรรจุจากผู้สอบคัดเลือกได้ (25%) จำนวน 6 อัตรา ดังนี้
6. รายชื่อข้าราชการครูภายในเขตพื้นที่ ที่ได้รับการพิจารณาย้าย
1) นางรุ่งระวี พลยามา ตำแหน่งครู รร.วัดบุญสัมพันธ์ ย้ายไป โรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน
2) นางสาวดรุณี รัตนา ตำแหน่งครู รร. บ้านบ่อวิน ย้ายไป รร.บ้านภูไทร
มีเพื่อนครูและเพื่อนผู้บริหารหลายท่านสอบถามว่า ครูที่ได้รับจัดสรรจะถึงโรงเรียนเมื่อไหร่ ผมได้สอบถามกลุ่มงานบริหารบุคคลได้รับคำตอบว่า รายที่เรียกจากบัญชีของ สพป.ชบ.3 คุณครูน่าเดินทางถึงโรงเรียนไม่เกินวันที่ 15 กรกฎาคม 2554 ครับ แต่ในส่วนที่รับย้ายหรือใช้บัญชีจากเขตพื้นที่อื่น อาจจะต้องใช้เวลาบ้างครับ ทั้งนี้เนื่องจากทางเขตไม่สามารถดำเนินการได้เองทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม สพป.ชบ.3 ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุดครับ ท่าน ผอ.เขตได้กล่าวไว้ชัดเจนครับว่า จะพยายามให้ครูถึงโรงเรียนให้เร็วที่สุดครับ
อีกคำถามหนึ่งที่เพื่อนครูหลายท่านสอบถามมาว่า ยังจะมีการพิจารณาย้ายหรือบรรจุแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบได้ของ สพป.ชบ.3 อีกหรือไม่ ตอบได้เลยครับว่ายังมีอีกครับ เนื่องจาก สพป.ชบ.3 ได้รับจัดสรรจากสพฐ.(เกษียณ 2553) อีก 18 อัตรา ซึ่งต้องรอให้ ก.ค.ศ.ตัดอัตราจากเขตอื่นเมื่อ ก.ค.ศ.ตัดตำแหน่งจากเขตอื่นมาเมื่อไหร่ก็จะได้ย้าย/บรรจุแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบได้ทันที และอาจมีในกรณีที่ครูในเขตได้ย้ายไปต่างเขตครับซึ่งตอนนี้ก็กำลังทยอยแจ้งมาเรื่อยๆครับ
1. อนุมัติผลการประเมินของข้าราชการครูฯ ตามมติคณะกรรมการประเมินฯ การเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษ สพป,ชลบุรี เขต 3 มีข้าราชการครูเสนอขอมีและเลื่อนวิทยฐานะชำนาญการพิเศษจำนวนทั้งสิ้น 147 คน ซึ่งคณะกรรมการประเมินผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่มีมติอนุมัติ สรุปได้ ดังนี้
คาดว่าไม่นานนี้ สพป.ชบ.3 คงมีหนังสือแต่งตั้งสำหรับคนที่ผ่านประเมิน ส่วนผู้ที่ต้องปรับปรุง ก็ขอให้กำลังใจและอย่าท้อถอยครับ นับว่าท่านก็ใกล้เส้นชัยเต็มทีแล้ว สำหรับผุ้ที่ไม่ผ่านการประเมินก็ขอให้กำลังใจครับ เมื่อเราเลือกที่จะเข้าสู่เส้นทางนี้แล้ว ก็ขอให้ไปให้ถึงที่สุดนะครับ
2. การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสายงานสอนในสถานศึกษา สพป.ชบ.3 มีตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สายงานการสอนว่าง จำนวน 22 อัตรา ตำแหน่งที่ว่างดังกล่าวนี้มีสาเหตุ ดังต่อไปนี้ครับ
1) ผู้ครองตำแหน่งเดิมลาออก 1 อัตรา
2) ผู้ครองตำแหน่งเดิมย้ายไป ส.พ.ป.อื่น 14 อัตรา
3) ได้รับจัดสรร (เกษียณ 53) 7 อัตรา
ผลการพิจารณา มีมติ ดังนี้
1. รับย้ายข้าราชการครูต่างเขตพื้นที่ 1 อัตรา
นางจิตติมา ขุนศรีจันทร์ รร.ไผ่งามวิทยา สพป.ลำปางเขต 2 วิชาเอกภาษาไทย ลงตำแหน่งว่าง รร.ชุมชนบ้านช่องเสมสาร
2. รับโอนจากสังกัด ก.ท.ม. 1 อัตรา
นางรัชนีย์ สิงห์พันธ์ ตำแหน่งครู รร.สุเหร่าใหม่ สังกัด กทม. วิชาเอกการศึกษาปฐมวัย ลงตำแหน่งว่าง รร.บ้านพันเสด็จใน
3. บรรจุจากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ สพป.ชบ.3 จำนวน 10 อัตรา แยกตามวิชาเอกได้ ดังนี้
4. ขอใช้บัญชีผุ้สอบแข่งขันได้จาก สพป.อื่นจำนวน 4 อัตราแยกตามวิชาเอก ดังต่อไปนี้
5. กำหนดบรรจุจากผู้สอบคัดเลือกได้ (25%) จำนวน 6 อัตรา ดังนี้
6. รายชื่อข้าราชการครูภายในเขตพื้นที่ ที่ได้รับการพิจารณาย้าย
1) นางรุ่งระวี พลยามา ตำแหน่งครู รร.วัดบุญสัมพันธ์ ย้ายไป โรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน
2) นางสาวดรุณี รัตนา ตำแหน่งครู รร. บ้านบ่อวิน ย้ายไป รร.บ้านภูไทร
มีเพื่อนครูและเพื่อนผู้บริหารหลายท่านสอบถามว่า ครูที่ได้รับจัดสรรจะถึงโรงเรียนเมื่อไหร่ ผมได้สอบถามกลุ่มงานบริหารบุคคลได้รับคำตอบว่า รายที่เรียกจากบัญชีของ สพป.ชบ.3 คุณครูน่าเดินทางถึงโรงเรียนไม่เกินวันที่ 15 กรกฎาคม 2554 ครับ แต่ในส่วนที่รับย้ายหรือใช้บัญชีจากเขตพื้นที่อื่น อาจจะต้องใช้เวลาบ้างครับ ทั้งนี้เนื่องจากทางเขตไม่สามารถดำเนินการได้เองทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม สพป.ชบ.3 ก็จะดำเนินการให้เร็วที่สุดครับ ท่าน ผอ.เขตได้กล่าวไว้ชัดเจนครับว่า จะพยายามให้ครูถึงโรงเรียนให้เร็วที่สุดครับ
อีกคำถามหนึ่งที่เพื่อนครูหลายท่านสอบถามมาว่า ยังจะมีการพิจารณาย้ายหรือบรรจุแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบได้ของ สพป.ชบ.3 อีกหรือไม่ ตอบได้เลยครับว่ายังมีอีกครับ เนื่องจาก สพป.ชบ.3 ได้รับจัดสรรจากสพฐ.(เกษียณ 2553) อีก 18 อัตรา ซึ่งต้องรอให้ ก.ค.ศ.ตัดอัตราจากเขตอื่นเมื่อ ก.ค.ศ.ตัดตำแหน่งจากเขตอื่นมาเมื่อไหร่ก็จะได้ย้าย/บรรจุแต่งตั้งจากบัญชีผู้สอบได้ทันที และอาจมีในกรณีที่ครูในเขตได้ย้ายไปต่างเขตครับซึ่งตอนนี้ก็กำลังทยอยแจ้งมาเรื่อยๆครับ
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2554
คุณนัฐพล บำรุงรส
เรียน คุณนัฐพล บำรุงรส ต้องรีบชี้แจงและตอบคำถามของคุณ ดังนี้ครั้บ
1. ผมมิได้เป็นประธาน อ.ก.ค.ศ. ครับ ผมเป็นผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ครับ
2. การประชุม อ.ก.ค.ศ.ครั้งต่อไปผมไม่สามารถตอบได้ว่า จะมีวาระที่เกี่ยวกับการบรรจุครูผู้ช่วยหรือไม่ครับ เพราะผู้ที่มีอำนาจและหน้าที่ในการบรรจุระเบียบวาระการประชุม ได้แก่ประธาน อ.ก.ค.ศ.และท่านผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ครับ
แต่ถ้าจะให้ผมวิเคราะห์ก็จะมีความเห็น ดังนี้ (ข้อคิดเห็นนะครับ อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง)
การบรรจุครูผู้ช่วย ซึ่งหมายถึงครูที่สอบขึ้นบัญชีไว้ จะดำเนินการหลังจากดำเนินการเรื่องการย้ายข้าราชการครูเรียบร้อยแล้วครับ ช่วงนี้อาจเข้าใจว่า สพป.ชบ.3 มีอัตราว่างจากการจัดสรรแทนอัตราที่เกษียณ ปี 2553 นั้น ข้อเท็จจริงเป็นดังนี้ครับ
สพป.ชบ.3 ได้รับจัดสรร 32 อัตรา แบ่งออกเป็น
ตำแหน่งที่มีอยู่ที่สพป.ชบ.3 แล้วสามารถใช้ได้เลย 15 อัตรา
ตำแหน่งที่ต้องรอให้ ก.ค.ศ.ตัดอัตราจากเขตอื่น 17 อัตรา
ใน 15 อัตราที่ใช้ได้เลยนั้น ใช้รับย้ายผู้บริหาร(ใช้ไปแล้ว) 4 อัตรา ใช้รับนักเรียนทุนและคุรุทายาท 5 อัครา และใช้คัดเลือกจากคร
ูฮัตราจ้าง พนักงานราชการ(25%) อีก 6 อัตรา เป็นอันหมด แต่อย่างไรก็ตามครับถ้า ก.ค.ศ.ตัดอัตราจัดสรรจากเขตอื่นมา ก็จะสามารถใช้บรรจุได้ ซึ่งมี 18 อัตรา ทั้งนี้เนื่องจากคำร้องขอย้ายครูได้รับการพิจารณาเกือบหมดแล้วครับ ก็ขอให้โชคดีครับ
1. ผมมิได้เป็นประธาน อ.ก.ค.ศ. ครับ ผมเป็นผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ใน อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ครับ
2. การประชุม อ.ก.ค.ศ.ครั้งต่อไปผมไม่สามารถตอบได้ว่า จะมีวาระที่เกี่ยวกับการบรรจุครูผู้ช่วยหรือไม่ครับ เพราะผู้ที่มีอำนาจและหน้าที่ในการบรรจุระเบียบวาระการประชุม ได้แก่ประธาน อ.ก.ค.ศ.และท่านผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรี เขต 3 ครับ
แต่ถ้าจะให้ผมวิเคราะห์ก็จะมีความเห็น ดังนี้ (ข้อคิดเห็นนะครับ อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริง)
การบรรจุครูผู้ช่วย ซึ่งหมายถึงครูที่สอบขึ้นบัญชีไว้ จะดำเนินการหลังจากดำเนินการเรื่องการย้ายข้าราชการครูเรียบร้อยแล้วครับ ช่วงนี้อาจเข้าใจว่า สพป.ชบ.3 มีอัตราว่างจากการจัดสรรแทนอัตราที่เกษียณ ปี 2553 นั้น ข้อเท็จจริงเป็นดังนี้ครับ
สพป.ชบ.3 ได้รับจัดสรร 32 อัตรา แบ่งออกเป็น
ตำแหน่งที่มีอยู่ที่สพป.ชบ.3 แล้วสามารถใช้ได้เลย 15 อัตรา
ตำแหน่งที่ต้องรอให้ ก.ค.ศ.ตัดอัตราจากเขตอื่น 17 อัตรา
ใน 15 อัตราที่ใช้ได้เลยนั้น ใช้รับย้ายผู้บริหาร(ใช้ไปแล้ว) 4 อัตรา ใช้รับนักเรียนทุนและคุรุทายาท 5 อัครา และใช้คัดเลือกจากคร
ูฮัตราจ้าง พนักงานราชการ(25%) อีก 6 อัตรา เป็นอันหมด แต่อย่างไรก็ตามครับถ้า ก.ค.ศ.ตัดอัตราจัดสรรจากเขตอื่นมา ก็จะสามารถใช้บรรจุได้ ซึ่งมี 18 อัตรา ทั้งนี้เนื่องจากคำร้องขอย้ายครูได้รับการพิจารณาเกือบหมดแล้วครับ ก็ขอให้โชคดีครับ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)